หลังจากชั่งใจอยู่นานพอสมควรว่าจะเริ่มส่งเอนทรี่วันนี้เลยรึเปล่า  คิดแล้วก็คิดอีก  เพราะกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ด้วย(ดูมัน  สอบพรุ่งนี้ยังมานั่งอัพบล้อค)  แต่จนแล้วจนรอดก็คันไม้คนมืออยากจะประเิดิมบทความบทแรกในชีวิต(ฮูเรรรร~~~~)  เอาก็เอาวะ  เขียนมันเลยละกัน  หนังสือสอบไม่ต้องอ่านมันแล้ว(หาข้ออ้างล่ะสิเมิง)

 

   ก่อนอื่นก็ต้องมาแนะนำตัวกันก่อน  เป็นคนไทยไม่ทักทายปราศรัยกันก่อนคงดูมารยาทไม่งามสักเท่าไหร่  ณ ที่นี้ผมขอแทนตัวเองว่า จขบ.ละกัน  หรือชื่อเต็มมันก็ เจ้าของบล้อคนั่นแหละ  ยืมลิขสิทธิ์ จขกท. มา  หวังว่าคงไม่ฟ้องกันที่หลังนะ = ='

 

   ถ้าให้พูดถึงเด็กไทยในสมัยนี้  หากไม่นับปัญหาแว๊นบอย สก๊อยเกิร์ล  หรือพวกท้องไม่มีพ่อ  และพฤติกรรมอันน่าสรรเสริญอื่นๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเรียนกระมัง  ก็นะ  จขบ.(เจ้าของบล้อค  จำไว้ ให้ชินๆ) เคยได้ยินมาว่าเด็กไทยน่ะอ่านหนังสือปีละไม่ถึงหนึ่งหน้า(คืออันที่จริงมันไ่ม่ถึงกี่บรรทัดก็ไม่รู้ แต่ จขบ.ลืมแล้ว เลยไม่อยากประมาณส่งเดช ก็หยวนๆน่ะ)  แต่เมื่อปีที่แล้ว จขบ. ได้ยินมาว่าเด็กไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 8  บรรทัดต่อปี !!!!

 

   ได้ยินแ้ล้วอยากจะร้องOh Yeah! ออกมาดังๆ  นี่ถ้านับสถิติเด็กไทยใช้เวลาเปิดเว็บโป๊เฉลี่ยกี่ชั่วโมงต่อปี  คงได้โล่ชนิดกินเนสบุ๊คต้องบันทึกกันไม่ทันเลยทีเดียว  คราวนี้ก็ร้อนก้นผู้หลักผู้ใหญ่(ทุกทีล่ะ เวลาเป็นข่าวอ่ะ)  ต้องออกมาตรการกันไม่รู้กี่ร้อยกี่พันอย่าง  แต่จนแล้วจนรอดมันก็มาลงอิหรอบเดิม

 

   ถ้าถามว่าทำไมสถิติการอ่านหนังสือของเด็กไทยเหตุอันใดมันน่าสมเพชขนาดนี้  ดูจะมีหลักใหญ่ใจความเลยก็คือ

 

  เด็กไทยยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการเรียนหนังสือที่แท้จริง  น่ะสิ 

 

  ก็ในเมื่อไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม  เรียนแล้วได้อะไร  ก็เลยไม่เรียน ไม่สนใจมันเลยดีกว่า  เข้าสโลแกน  

  เรียนไปก็ปวดหัว  หา(ตื้ดๆ)ดีกว่า   ตามฉบับหนูน้อยตาดำๆ ผู้ที่การหา(ตื๊ดๆ)คือเป้าหมายหลักในชีวิต

 

  แล้วอะไรล่ะ?  ที่มันทำให้เด็กไทยไม่เข้าใจจุดประสงค์หลักของการเรียน หากจะให้สาธยายออกมาหมด  ก็คงต้องเกรงใจคุณพี่เว็บมาสเตอร์ล่ะ  เพราะคงได้กินพื้นที่เว็บซะเกินครึ่งเซิฟเวอร์แน่(แหม เว่อร์ซะ)  จขบ. เลยขอสรุปมาเป็นข้อๆ  เท่าที่ปัญญาอันน้อยนิดจะทำได้มาละกัน  อย่างแรกนะเหรอ?

 

 

 

   1."เค้า"  ญาติโกโหติกาลึกลับ  ผู้ปรากฏในทุกวงศ์ตระกูลของประเทศไทย

 

      "เค้า"ว่า  เป็นหมอแล้วเงินเดือนดีนะ  ได้ทีตั้งหลายหมื่น

      "เค้า"ว่า  เป็นตำรวจ ทหารแหละดี  มีอำนาจ มีอิทธิพล  ไม่ต้องเกรงกลัวใคร

      "เค้า"ว่า  ทำงานอะไรก็ได้ที่มันได้เงินเยอะๆก็พอ

      "เค้า"ว่า   เรียนให้เก่งๆ สูงๆไว้เหอะ แล้วจะประสบความสำเร็จ

      "เค้า"ว่า  ถ้าได้เกรดสี่แน่ล่ะพ่อเจ้าประคุณรุนหัวเอ๊ย!!  มันไม่มีใครเทียบอีกแล้ว

 

            ....................ถามตัวเองหน่อย  เบื่อมั้ย?

 

              เบื่อมั้ยกับการที่ต้องมาทนฟังบุคคลรอบข้างในนำเสนอกันจัง  มากำหนดชีวิตเรา  มาลิขิตว่านั่นแหละดี  นี่แหละดี  ทำอันโน้นสิ  ทำอันนี้สิ  

              แล้วตกลงไอ้ที่ยืนตาดำๆอยู่เนี่ย  มันชีวิตเรา(กรู)หรือชีวิตเขา(เมิง)กันแน่  ทำไมเรามองหาด้วยตัวเองไม่ได้ว่าเป้าหมายจริงๆในชีวิตของเราคืออะไร  ทำไมต้องเรียนแผนวิทย์?  ทำไมต้องเรียนแผลศิลป์?  ทำไมต้องเรียนช่างกล?

              หรือแค่เพราะเราเก่งเราเลยต้องเข้าแผนวิทย์?

              หรือแค่เพราะเราไม่เก่งวิทย์เราเลยต้องเข้าแผนศิลป์?

              หรือแค่เพราะเราเรียนไม่เก่งเราเลยต้องเรียนสายอาชีพ?

 

          ณ วันนี้  คุยตอบตัวเองได้หรือยัง  ว่าสิ่งที่คุณเรียนอยู่  เรียนไปเพื่ออะไร?  ทำไมต้องเรียนแบบนี้?  ทำไมต้องเรียนแบบนั้น?  คุณเรียนเพื่ออนาคต เพื่อความมั่นคง เพื่องานที่คุณชอบในภายภาคหน้า  หรือคุณแค่เรียนเพราะมีใครสักคนมาบอกให้คุณเรียน?

 

                          คุณตอบตัวเองได้รึยังว่าจุดประสงค์ในการเรียนของคุณคืออะไร?...

 

 

    2.สอบได้ตล๊กกกกกกกกกกกก ตลก  สอบตกมันธรรมด๊าาาาาาาาาาาาาาาาธรรมดา

 

       ประโยคปลอบใจตัวเองของคนที่ไม่ประสบผลสำเร็จในการสอบ(หรือก็คือสอบตกนั่นแหละ)  แต่ จขบ.ว่า  มันเป็นคำแก้ตัว  บิดเบือนประเด็นของพวกขี้เกียจมากกว่า  หรือคุณว่าไม่จริง?

 

      "เรียนเก่งไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จซะหน่อย"  -  เออ ถูก  แล้วเมิงเรียนให้เก่งก่อนนะ ค่อยมาพูด

 

      "วิศวะ  หมอ  สถาปัตย์  ตกงานตั้งเยอะแยะไป" - น่านนน  ไปจับกังสิจ๊ะ

 

      "เรียนได้เกรดสี่ก็แค่นั้นแหละ  เครียดเกือบตายได้ยิ้มแค่ตอนผลออก" - แต่พอสมัครสอบต่อ เกรดไม่ถึงเมิงก็สมัครไม่ได้

 

      "เรียนได้ที่หนึ่งของห้อง ไม่จำเป็นจะต้องสอบ(เอ็นท์)ติดทุกที่ซะหน่อย" - อืม ใช่  หรือเมิงอยากได้ที่สุดท้ายของห้อง

 

  

             .............................ถามตัวเองหน่อย  ทุกวันนี้ พยายามถึงที่สุดรึยัง

 

     ก่อนจะมาบอกว่าเรียนเก่งไม่จำเป็นต้องสอบติด  ได้เกรดสี่ไม่จำเป็นต้องมีงานทำ  และประโยคแก้ตัวอีกมากมาย  (ก็ จขบ.เห็นพ้องแล้วว่ามันเป็นคำแก้ตัวทั้งนั้น)  ตอบตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ  ว่าทำเต็มที่กับการเรียนแล้วหรือยัง  

     บอกว่าตัวเองเหนื่อย  เครียด  ทั้งๆที่กลับบ้านไปก็เปิดทีวี  เล่นเอ็ม  เม้าท์กันมันเที่ยงคืนยันเช้า แต่พออ่านหนังสือ หนึ่งชั่วโมงมันยาวนานเป็นทศวรรษ  ข้อสอบนี่มันยาก ยากจะตาย(ห่า)อยู่แล้ว  ออกมาไม่สงสารเด็กเลย  ออกมาได้ยังไง  อ่านหนังสือนี่มันจำไม่ด๊ายยจำไม่ได้  แต่ถ้าเป็นเรื่องดารา เรื่องชาวบ้านล่ะรู้หมด  คนนี้เป็นแฟนคนนั้น  คนนั้นเป็นแฟนคนโน้น คนนู้นไปเที่ยวกับใคร ทำอะไรที่ไหนบ้างรู้หมด  แต่สูตรเลขหก เจ็ดสูตรกลับจำไม่ได้  

 

  คุณตอบไตัวเองได้หรือยัง  ว่าการเรียนมันลำบากยากเย็น  หรือมันเป็นเพราะความขี้เกียจของคุณเอง?...

 

 

 

   3.เรียนไปก็เอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้  จะเรียนทำไม?

 

     "ตรีโกณมิติ"  จะเรียนทำไมในเมื่อไม้บรรทัดก็มีใช้

 

     "เมทริกซ์"  จะหาเดททำซากอะไรในเมื่อชีวิตจริงไม่มีใครมานั่งคูณลง ลบคูณขึ้นอยู่แล้ว

 

     "ภาษาไทย"  จะเรียนทำไม เรา(กรู)ก็พูดอยู่ทุกวัน

 

     "งานบ้าน"  ไม่เห็นต้องทำ  ยังไงโตขึ้นก็มีคนใช้

 

      .....เพราะอะไรล่ะ  เพราะคุณๆทุกคนมีสิ่งที่เรียกว่า"สมอง"น่ะสิ  ธรรมชาิติให้สมองเรามาก็เพื่อคิด  นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมเราจึงต่างจากเดรัจฉานอื่นๆ ลองคิดดูนะ 

 

     ถ้าวันนึง ไมเคิล ฟาราเดย์บอกว่า  คิดไปทำไมให้ปวดหัว  เทอร์โมไดนามิกยังไงก็ไม่ต้องใช้ในชีวิตจริงหรอก  ป่านนี้เราคงยังต้องอยู่ตามถ้ำ  จุดคบเพลิง  เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้

     ถ้าวันนึง   โทมัส เอดิสันบอกว่า  โอ้ย! ทดลองมาเป็นพันๆอย่างแล้ว  หลอดไฟใช้ไม่ได้สักที  ป่านนี้เราก็คงยังต้องจุดเทียนล่ะมั้ง  เพราะไม่มีหลอดไฟใช้

     ถ้าวันนึง  อเล็กซานเดอร์ แกรเฮม เบล บอกว่า  จะคิดโทรศัพท์ไปใย ในเมื่อก็มีนกพิราบใช้  ป่านนี้เราก็คงไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนที่อยู่ไกลๆหรอก  เพราะไม่มีโทรศัพท์ใช้...

 

            ...............ถามตัวเองหน่อย  คุณรู้จักประโยชน์ของการเรียนมากแค่ไหน?

 

     เห็นมั้ยล่ะว่า การเรียน  มีไว้เพื่ออะไร  ไม่ได้มีไว้เพื่อการทำเกรดสี่  ไม่ได้มีไว้อวดอ้างตนข่มคนอื่น  ไม่ได้มีไว้ทำอีโก้ว่ากรูนี่ฉลาดสุดในโลกแล้ว  แต่การเรียนทำให้เรารู้จักคิด  ทำให้รอยหยักในสมองมันเพิ่มมากขึ้น  แล้วสิ่งที่เรียกว่าความคิดและการรู้จักวิเคราะห์มันจะตามมา  ในขั้นนั้นมันไม่ใช่เพื่อมาทำโจทย์เลขแล้ว  แต่มันจะมีผลต่อการรู้จักชั่งน้ำหนักในการทำสิ่งต่างๆในชีวิต  ถ้าความคิดไม่ใช่สิ่งจำเป็นแล้วล่ะก็  ทำไมเราไม่เห็นคนออทิสติกรวยล้นฟ้าล่ะ?  ทำไมเด็กเอ๋อถึงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีล่ะ?  ก็เพราะคนเหล่านั้น  เป็นผู้ไร้ความสามารถซึ่งการคิดและวิเคราะห์(ในระดับหนึ่ง)แล้วนั่นเอง

 

 

เห็นหรือยัง  ว่าการเรียนไม่ได้มีแค่ไว้ทำโจทย์เลข......

 

 

 

 

ร่ายมาซะยาว  จขบ.(ยังจำได้มั้ย เออ หมายถึงเจ้าของบล้อค) ก็เริ่มเหนื่อย

มันไม่สำคัญหรอก  ว่่าคุณจะเรียนอะไร

มันสำคัญที่ว่า คุณรู้หรือเปล่าว่าคุณเรียนไปทำไม?

มันสำคัญที่ว่า นั่นใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงหรือ?

เพราะเหนือสิ่งอื่นใด

เมื่อคุณเรียนจบ

เมื่อคุณทำงาน

คุณ

ก็คือคนที่จะต้องอยู่กับงานนั้นไปตลอดขีวิต

ไม่ใช่ พ่อ

ไม่ใช่ แม่

ไม่ใช่ พี่

ไม่ใช่ ปู่ ย่า ตา ยาย

และไม่ใช่คนอื่นใดนอกจากตัวคุณ

เมื่อออกจากรั้วโรงเรียนแล้ว

คุณไม่โอกาสกลับมาเลือกใหม่อีก

 

ถ้าสิ่งที่คุณเลือกมันคือสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข

คุณก็จะมีความสุขไปตลอดชีวิต

แต่ถ้าสิ่งที่คุณเลือก เมื่อคุณทำแล้วกลับไม่ชอบ ไม่สนุกไปกับมัน

เมื่อนั้น

คุณก็จะมีความทุกข์กับมันไปตลอดชีวิต

 

 

จงเป็นตัวของตัวเอง

เลือกในสิ่งที่ตนเองต้องการ

ศิกดิ์ศรีเป็นมโนธรรม แต่สุขและทุกข์คือรูปธรรม

จงมองข้ามศักดิ์ศรีเมื่อคุณเลือกจะทำอาชีพอะไร

แต่จงอย่าลืมศักดิ์ศรีในอาชีพที่คุณทำ

 

เพราะหากจะมีใครเลือกสิงที่ดีที่สุดให้กับคุณ

 

มันก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ

 

 

"If you think Education is expensive, try ignorance"

- Derek Bok  (American Educator and Lawyer (pres. of Harvard Univ. 1971-1990), b.1930)

 

 

 

 

 

edit @ 16 Feb 2009 20:00:46 by ~เด็กโต๋~

edit @ 16 Feb 2009 20:19:02 by ~เด็กโต๋~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชิวิตใคร ชีวิตมัน
เลือกซะ!!

#1 By ActSaint on 2009-02-16 20:11

เห็นด้วย กับ จขบ. การเรียนไม่ใช่แค่ให้จบๆไปได้เกรดดีๆ แต่มันต้องรุ้ว่าเรียนแล้วเอา ความรู้อันนั้นมาทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ก่อนที่จะบอกว่าวิชาไหนไม่จำเป็นควรจะต้องเรียนให้รู้วิชานั้นดีซะก่อน

#2 By kazu123 on 2009-02-16 20:19

ให้ดราก้อนบอลโดยไม่ต้องคิดHot!
ตรงแล้วตรงอีกเหลือเกิน
อยากจะเสริมข้อ1อีกซักนิด(ช่วยเสริมหรือช่วยอะไรก็ไม่รู่แฮะ)
อาชีพวิศวะไม่เท่าไร แต่อาชีพหมอเนี่ยสิ เรียนแล้วทำอะไร!?
รักษาคนไข้ไปวันๆ ได้เงินมา แค่นั้น
มันไม่ค่อยจะช่วยพัฒนาประเทศเท่าไรเลย!!
ถกกับพ่อ พ่อบอกว่าช่วยทางอ้อม ช่วยรักษาประชากรในประเทศ
แล้วหมอก็มีแต่คนเรียนเก่งเรียน
แล้วอาชีพอื่นล่ะ? ใครเรียน?
(อย่างที่ในEntryนี้บอก เรียนไว้ฝึกสมอง
คนเรียนเก่งก็ได้ฝึกสมองเยอะ.......................
ละไว้ในฐานที่เข้าใจ แล้วก็ให้คนอ่านไปคิดกันเอง เพราะคอมเมนต์มันยาวแล้ว -*-
แล้วก็ไม่อยากเปิดประเด็น)
ขออภัยในบางลีลาquestion

#3 By Hirumi Arika on 2009-02-16 20:21

ขอเพิ่มให้อีกข้อนะ
4.ระบบการศึกษามันห๊วยห่วยแตก
เราว่าเหมือนกับเด็กถูกปลูกฝังให้คิดเองไม่เป็นนะ open-mounthed smile

#4 By bentie~ on 2009-02-16 20:25

ลืม!!!
Hot! Hot! Hot! double wink

#5 By bentie~ on 2009-02-16 20:26

เห็นด้วย มากๆเลยแหละ
เดี๋ยวนี้เด็กไทยแทบจาไม่เรียนหนังสือ
แต่บางกลุ่มก็บ้าเรียนมากๆโดยไม่รู้จปสที่แท้จริง
คนบางคนที่ขยัน เรียนได้เก่ง สุดท้ายอาจไม่รู้อยู่ดีด้วยว่าตัวเองเป็นใคร

#6 By tFcAoNfG (61.90.82.73) on 2009-02-16 21:55

เขียนทีไรก็เห็นด้วยทุกข้อความเรยนะ

เขียนต่อไปเรื่อยๆนะ จขบ 55+

จะเข้ามาอ่านบ่อยๆ :)

#7 By Boommy (118.173.89.184) on 2009-02-22 22:01

เขียนอะไรเล่าเทอ ทำไมถึงได้ยาวเฟื้อย



ความจริงมันก้จริงนั่นแหละ (เอ๊ะ งง)

#8 By SilLyGod on 2009-02-27 19:52

Hot! ปอว่าปอได้คำตอบแล้วน่ะครับว่าจะเรียนไปทำไมconfused smile

#9 By นาย ปอกระดาษ on 2009-03-01 18:19

ิคิดเหมือนกันเลยHot!

#10 By Nerd de Scriptorus on 2009-03-01 18:25

If you think Education is expensive, try ignorance
มันแปลว่า "ถ้าคุณคิดว่าการศึกษานั้นราคาแพง ลองจ่ายให้กับความโง่ดูสิ"
ประมาณนี้ป่าว ชอบคำนี้ครับ

แล้วเห็นด้วยกันทุกข้อ
Hot!

#11 By ถ้วยน้อย on 2009-03-02 01:38

จริงสินะ big smile Hot!

#12 By พงคุง on 2009-03-02 15:58

เห็นด้วย หมุนเวลากลับไปเลือกสายที่เรียนได้จะเปลี่ยน

#13 By Lily Pixel on 2009-03-02 16:06

เห็นด้วย หมุนเวลากลับไปเลือกสายที่เรียนได้จะเปลี่ยน

#14 By Lily Pixel on 2009-03-02 16:06

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! sad smile

#15 By NoRWAN on 2009-03-02 16:13

Hot! Hot! Hot! โดนใจกระแทกมากค่ะ!!!

หวนกลับไปไม่ทันแระ -*-

#16 By Poofu_GiRl on 2009-03-02 16:22

...ผมเรียนเพื่อรับใช้ประชาชน...

ฮาๆๆ Hot! Hot! Hot!

#17 By KC_CRUSH on 2009-03-02 16:23

Hot! เขียนดีครับ แต่ทุกวันนี้กว่าจะรู้จักตัวเองมันก็ช้ามาก การรู้จักตัวเองเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลยครับ
เห็นด้วยบางส่วน
ไม่เห็นด้วยบางส่วน

แต่เห็นด้วยข้อแรกสุดนะ
ชีวิตตัวเอง ทำไมมันไม่กำหนดเองฟระ !

Hot! เอาไปสะสมขอพรกับเทพเจ้ามังกรอีกลูก ~

#19 By ampheta'MiNE on 2009-03-02 16:36

อยู่ที่ชีวิตเราจะเลือกแบบไหนหรือโตมาแบบไหนนั่นแหล่ะเนอะ^^

#20 By topgodzilla on 2009-03-02 16:51

ข้อสามเพื่อนมันพูดกับเถียงไม่ถูกเลย
เราเลือกเรียนวิทย์เพราะอยากได้งานมั่นคงจ้าbig smile

#21 By soul-ce on 2009-03-02 16:59

........จริงอย่าที่ว่าแฮะ

เอาไปเลย7ดาวค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By !!!~+.....Ai-SaMa.....~+!!! on 2009-03-02 17:17

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

เบื่อมากๆเวลามีคนมาบอกให้เรียนนู่นเรียนนี่

เราอยากเรียนภาษาฝรั่งเศส
แต่ใครๆก็บอกว่า
เรียนทำไมฝรั่งเศส ถ้าจะเรียนด้านภาษา ทำไมไม่เรียนญี่ปุ่น

เอ้า แล้วญี่ปุ่นนี่มันดีกว่าฝรั่งเศสตรงไหนรึ ไม่เข้าใจคนพูด


เพื่อนเราอีกคนก็เคยบอกว่า
โตขึ้นนะ เราจะเรียนม.ธรรมศาสตร์ให้ได้เลย
เราก็เลยถามว่า แล้วจะเรียนคณะอะไรล่ะ
เพื่อนตอบว่า ไม่รู้ดิ แต่อยากเรียนม.นี่อ่ะ

กรรม เพื่อนตู จะเรียนอะไรยังไม่รู้เลย เลือกมหาวิทยาลัยแล้ว


เคยถามเพื่อนอีกคนว่าโตขึ้นอยากเรียนอะไร
มันบอกว่า มันชอบงานออกแบบ ฉะนั้นโตขึ้นจะวิศวะ (?)
เราก็เลยงง ถามกลับไปว่า
ถ้าชอบออกแบบทำไมไม่เรียนสถาปัตย์
เพื่อนตอบว่า ไม่เอาอ่ะ เรียนวิศวะอ่ะดี เรียนแล้วรวยดี

อึ้งไปเลยค่ะพี่น้อง งงกับเพื่อนมาก


เพราะฉะนั้นจึงเห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกมากๆ
ที่ว่าเด็กไทยยังไม่เข้าใจเลยว่าจะเรียนไปทำไม


จะว่าไป
เขียนมาตั้งนาน แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน sad smile
ว่าจะเรียนไปทำไม
รู้แค่ว่าเวลาเรียนอะไรที่อยากเรียนแล้วมันมีความสุข
แค่นั้นแหละ big smile

Hot! Hot!
เอนทรี่นี้โดนมาก
เค้าว่า คนดี ฝึกให้เก่งนั้นง่าย


แต่จะให้คนดี นั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรbig smile

#24 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-03-02 17:21

เค้าว่านะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองซะตั้งแต่ตอนนี้ พอเรียนจบไปเดี๋ยวมันก็ได้เอาไปใช้นั่นแหละ big smile
เค้าว่าของเค้านะ

#25 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-02 17:34

Hot!

#26 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-02 17:34

ฮ้า
สุดยอดเลยค่ะ
ได้แง่คิดเยอะเลย T T~

#27 By Mei~Jin on 2009-03-02 17:37

อ่ะฮะๆ

โดนแฮะ big smile

#28 By six on 2009-03-02 17:45

Hot!

#29 By kumapanda on 2009-03-02 18:06

Hot! Hot! Hot! เพิ่งได้รับผลสอบมาพอดีค่ะ

#30 By ♕ Sinsters? on 2009-03-02 18:07

Hot! ให้ดาวตั้งแต่เห็นบรรทัดแรกแล้วค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ ตอนนี้รู้แล้วล่ะว่าจะเรียนไปทำไม
Hot! เอนทรี่นี้ อ่านแล้วชอบมากค่ะ ^^

อ่านตรงท้ายๆ กระแทกใจเด็กเตรียมเอ็นท์ เลือกอะไรไป สุดท้ายเราก็ต้องอยู่กับสิ่งนั้นทั้งชีวิต ..

#32 By Rio ▪ V Ĭ P ▪ on 2009-03-02 18:07

เรียนเพื่อรู้และนำไปใช้ในชีวิตได้จริง แต่ไม่ได้ให้ใช้ทุกอย่างนี่เนอะ surprised smile Hot!

#33 By Nina* on 2009-03-02 18:09

confused smile แค่คำถามท้ายข้อแรก เด็กก็พากันปวดขมับไปครึ่งค่อนประเทศแล้วครับ Hot!


wink อยากให้มองอนาคตกันอย่างจริงจังบ้างเนอะ ชีวิตที่แท้จริงเริ่มขึ้นหลังจากเรียนจบนะ

#34 By เสี่ยแนน on 2009-03-02 18:19

เป็นบทความที่เยี่ยมและตรงใจมาก!

ก็เคยนั่งนึกอยุ่จะเรียนไปทำไม

แต่พอมาอ่านมันก็จริง

แต่ยังไงทางที่เราเลือกถ้าเราคิดว่าชอบและมันถูกต้อง

ก็ทำตามใจฝันซะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#35 By Cocoaharry_Demmy on 2009-03-02 18:22

Hot!

ถามผู้ใหญ่สิว่า

"รู้มั้ยว่าเด็กเรียนไปทำไม"

#36 By iyochang on 2009-03-02 18:25

โอ้ เห็นด้วยอย่างที่สุดค่ะ

เรียนไปทำไม....

บางวิชา (ที่ไม่ชอบ) เราก็จะคิดเเบบนี้

เเต่ถ้าสิ่งที่ชอบ ยิ่งเรียน ยิ่งได้รู้ ยิ่งหนุก

พอทำได้ดี ก็ยิ่งชอบ

#37 By parnjai on 2009-03-02 18:30

ดีใจ ที่อย่างน้อยยังมีเด็กไทยอีกหนึ่งคน คิดได้อย่างนี้

ว่าแต่ อ่านหนังสือสอบรึยังจ๊ะ question Hot!
กรี๊ดด ถูกใจมากค่ะHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#39 By mils12 on 2009-03-02 18:42

ดูท่าทางเราคงต้องดูกันใหม่ระหว่าง การศึกษากับ การเรียนในโรงเรียน

Study กับ Learn ไม่เหมือนกันเลย ผมว่าเราน่าจะปรับการเรียนรู้ของเด็กไทยเราใหม่นะ
แบบที่สตีฟจ็อบส์พูดแหละ การที่เข้ามหาลัยทำให้เขาได้รุ้จักอะไรซํกอย่าง และให้กำเนิดแอปเปิลมา ไม่ได้แปลว่าให้ไม่เรียนหนังสือเลย Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยอย่างแรง!! เรียนเต็มที่ชีวิตก็จะดีเองแหล่ะ
อยากให้อ่านหนังสือเรื่อง Thailand 2600 (ถ้าจำหนังสือไม่ผิด แหะๆ จะเห็นคุณค่าของการเรียนมากๆ)

#41 By hackerlife on 2009-03-02 18:49

เฉียบมากค่ะ
เยี่ยม !

Hot! Hot!
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆแบบนี้ค่ะ > <

#43 By Ki-kYo on 2009-03-02 20:16

โหหห แทงใจดำอย่างแรง

Hot! Hot!

เห็นด้วยนะ เด๋วนี้อ่ะ ไปรรก็สักไปให้ผ่านพ้นไปวันๆ ท่องๆจำๆก็เพื่อสอบ สอบเสร็จแล้วก็ลืม เห้อ วนเวียนอยู่อย่างเนี้ย สุดท้ายก็จำอะไรไม่ได้จริงๆ

Hot! เด็ดโดนใจมาก big smile

#45 By HOMO(sap)IENS on 2009-03-02 20:37

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับหัวข้อที่ 1 และ 2 ครับ
ผมเองก็เป็นอีกคนนึงที่เคยตกอยู่ในสภาวะแบบนั้น จนทุกวันนี้กำลังจะซิ่ว เพราะเพิ่งเจอสิ่งที่สนใจจริงๆ ถึงจบมามันจะทำให้มีข้าวกินไปวันๆ ไม่เจริญงอกงามเท่าไร แต่ก็ยังดีที่ได้เรียนสิ่งที่สนใจจริงๆ งานมันจะได้ออกมาดี



สนับสนุนให้คนไทยคิดเอง เลือกเองครับ big smile
Hot!

มันช่างโดน อาอาอาอาอา

ประสบการณ์ที่เจอคล้ายๆ#3ค่ะ
ไซโคอยุ่นั่นแหละ ให้เป็นหมอ หมอ หมอ

แม่จ๋า ชีวิตหนู หนูขอเลือกเองได้มั้ย?

เด็กเดี๋ยวนี้(เอ็งก็เด็กไม่ใช่เรอะ!)ส่วนมากไม่เข้าใจตัวเอง กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว

อีกอย่าง ผู้ใหญ่น่าจะถามความเห็นเด็กด้วยว่าเรียนนั่นนู่นนี่ชอบมั้ย
ถ้าเด็กมันชอบ ก็สนับสนุน แค่นั้นล่ะ เด็กมันก็จะรู้ตัวเองว่ามันชอบอะไร
ตอนนี้ ชอบไรไม่รู้แหละ ยัดๆๆๆให้เด็กเรียนวิทย์คณิตลูกเดียว ไม่สนลูกตัวเองชอบหรือเปล่า
เด็กมันถึงสับสนไง เอ๊ะตกลงกูชอบอะไร กูเรียนอะไรดี
พอถึงเวลาเลือกจริงๆก็เลือกไม่ถูก ก็ต้องเลือกอันที่พ่อแม่ฝังไว้ให้
เลือกถูกก็โชคดีไป เลือกผิดก็...

Hot! Hot! Hot! Hot!

ปล. ขออภัยที่หยาบคายค่ะ พูดเรื่องนี้ทีไร ของขึ้นทุกทีเลย ก๊าก
ปล2. แอบพูดไม่ตรงกะเนื้อหาเอนถี่เท่าไหร่ เหมือนจะพูดบ่นมากกว่า ก๊าก ขอโทษค่ะOTL

#47 By AMEI* : APHism on 2009-03-02 21:16


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

โดนทุกดอก เรียนวิทย์ได้ดี เลขเกรดไปเรื่อยย

รักศิลปะโคตรๆ สรุป ต้องนั่งเรียนพิเศษตาม(แม่)สั่ง เพื่อเข้าสายวิทย์

#48 By * Czerny - Hottea on 2009-03-02 21:30

เป็นเพราะ ไม่เข้าใจมันเลยไม่ชอบ
เป็นเพราะ ไม่พยายามพอวันๆเลยได้แต่แก้ตัว

แต่ที่แย่มันคือระบบการศึกษา ที่ไม่ให้เด็กไทยหัดคิดด้วยตัวเองค่ะ

และชีวิตเราเราเลือกเองค่ะ
ยิ่งเรื่องบอกให้เรียนหมอ เราไม่เห็นด้วยก็ไม่ชอบ
มีเงินแต่ไม่มีความสุขมันก็ไม่ต่างกับเรียนแคลคูลัสหรอกนะ กร๊ากกกกกกกก

ดรากอนบอลHot! Hot! Hot!

#49 By แมลงปอล้อลม on 2009-03-02 21:33

โอ้ยยย มันโดนค่าาาาาาาา
กำลังเรียน ม ปลาย เจอแบบนี้มันก็โดน
เพื่อนหลายคนค่ะ ที่บ่นๆอะไรแบบนี้
บางคนยังไม่เจอตัวเองเลย
หนูก็ไม่รู้จะตอบไงดี sad smile
ถึงเวลาให้เพื่อนอ่านอันนี้บ้างซะแล้ว =w=b!
Hot! Hot! Hot! Hot!

#50 By Z o r a ` on 2009-03-02 21:41